เสียงธรรมจากห้อง “เมตตาภิรมย์กรรมฐาน”
วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568
เรื่อง สมาธิจิตคลุมบุญคุ้มครองเเผ่นดิน
โดย อาจารย์ คณานันท์ ทวีโภค
กำหนดสติในความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ผ่อนคลายร่างกายกล้ามเนื้อทุกส่วน พร้อมกับความรู้สึกปล่อยวางความเกาะความยึดมั่นถือมั่นในร่างกายขันธ์ห้า ผ่อนคลายเพื่อปล่อยวางกาย ปล่อยวางร่างกายขันธ์ห้า เพื่อเข้าสู่ความสงบของจิต ประคับประคองอารมณ์ กำหนดรู้ในความสงบ กำหนดรู้ในการปล่อยวาง ว่าง วางเบา
จากนั้นกำหนดรู้ในลมหายใจ จินตภาพเห็นลมหายใจเป็นเหมือนกับแพรวไหมพลิ้วผ่านเข้าออกในกาย กำหนดรู้ในลมหายใจ สงบ เบาสบาย สติกำหนดรู้ในลมตลอดทั้งสายตลอดทั้งกองลมนั้น ลมหายใจเข้ากำหนดรู้ ลมหายใจออกกำหนดรู้ ลมหายใจละเอียดสงบเบา กำหนดรู้ความเชื่อมโยงสัมพันธ์ระหว่างลมหายใจและอารมณ์จิต เมื่อลมหายใจสงบ กำหนดหยุดจิต นิ่งหยุด หยุดจนเข้าถึงเอกัคคตารมณ์เข้าถึงอุเบกขารมณ์ ทรงสภาวะความตั้งมั่นในฌานสี่แห่งอานาปานสติกรรมฐาน หยุดจากอกุศล หยุดจากการปรุงแต่งทั้งปวง สงบ นิ่ง หยุด จากจิตที่หยุดจนเกิดความตั้งมั่นเกิดฌานสมาธิ เราเดินจิตขึ้นสู่สมถะที่สูงขึ้น จากจิตที่หยุด จากจุดกลายเป็นดวงแก้วสว่างขึ้นขยายใหญ่ขึ้นใสขึ้น กำหนดเชื่อมโยงจิตของเรากับภาพนิมิต จิตคือกสิณ กสิณคือจิต กำหนดให้จิตของเรานั้นสว่างเป็นประกายพรึกระยิบระยับ ทรงสภาวะที่จิตเป็นปฏิภาคนิมิต จิตมีความผ่องใส ทรงสภาวะไว้ ทรงสภาวะจิตเป็นเพชรระยิบระยับแพรวพราวสว่าง กำหนดรวมบุญรวมบารมีรวมกำลังแห่งการเจริญพระกรรมฐาน รวมตัวจนจิตเกิดกำลังความเป็นทิพย์ ผ่องใสเป็นเพชรประกายพรึก เป็นจิตประภัสสร ประคับประคองทรงสภาวะที่จิตของเราสว่างผ่องใสที่สุดนี้ไว้ ฝึกให้จิตทรงสมาบัติจนกลายเป็นวสีในการทรงอารมณ์ มีความเสถียร มีความตั้งมั่น
กำหนดขยายกำลังของจิตให้ผ่องใสยิ่งขึ้นไปอีก กำหนดให้ความสว่างและผ่องใสของจิตของเราแต่ละคนปรากฏสภาวะ ประดุจดวงอาทิตย์ที่เปล่งประกายสว่างท่ามกลางจักรวาลอันมืดมิด จิตประภัสสรสว่างเจิดจ้าอย่างที่สุด จิตเราเป็นสุขอย่างที่สุด ทั้งสุขทั้งผ่องใสทั้งเป็นสุข เข้าสู่สภาวะความเป็นทิพย์เต็มกำลัง ทรงสภาวะอารมณ์ไว้ ความผ่องใสปรากฏ จิตเอิบอิ่มแย้มยิ้ม จิตยิ้มกายยิ้ม ความรู้สึกว่ารัศมีแสงสว่างของจิตเรานั้นเปล่งประกายอย่างถึงที่สุด จากนั้นอธิษฐานจิต กำหนดน้อมขออาราธนาบารมีกำลังของพุทธานุภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จองค์ปฐมทรงเมตตาสงเคราะห์เป็นกำลังแห่งการเจริญพระกรรมฐานของข้าพเจ้า ขออาราธนาบารมีพระพุทธองค์ทรงสงเคราะห์ ขอยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นไปบนพระนิพพานท่ามกลางมหาสมาคมคือพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอรหันต์ทุกๆพระองค์บนพระนิพพานด้วยเถิด
กำหนดจิตทรงสภาวะความเป็นกายพระวิสุทธิเทพบนพระนิพพาน ตั้งจิตกำหนดรำลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าทุกท่านทุกๆพระองค์บนพระนิพพานแห่งนี้ กายพระวิสุทธิเทพของเราแต่ละบุคคลค่อยๆน้อมกราบ แยกอทิสมานกายเท่ากับจำนวนของทุกท่านบนพระนิพพาน แล้วน้อมจิตกราบ เมื่อกราบลงแล้วก็กำหนดน้อมขอกระแสมรรคผลพระนิพพาน ปัญญาในการเจริญวิปัสสนาญาณของทุกท่านทุกๆพระองค์ที่พิจารณาแล้ว ตัดสรรพกิเลสจนเป็นสมุจเฉทประหารฉันใด ขอกระแสธรรม ขอสภาวธรรม ขอกำลังแห่งพระกรรมฐาน ได้หลั่งไหลรวมลงสู่จิตของข้าพเจ้า ให้จิตข้าพเจ้านี้มีปัญญาน้อมตรองพินิจพิจารณาในธรรมได้อย่างลึกซึ้งแยบคาย ตรงจุดตรงประเด็นในทุกข้อที่จิตของเราเคยติดขัดเคยขัดข้องเคยไม่ผ่าน ขอให้ปัญญานี้ทำให้จิตเราตัดสรรพกิเลส ปล่อยวางได้อย่างลึกซึ้งง่ายดายราบรื่นนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงซึ่งพระนิพพานด้วยเถิด
จากนั้นน้อมจิตทรงสภาวะความเป็นกายพระวิสุทธิเทพไว้ให้สว่างที่สุดชัดเจนที่สุด พิจารณาอธิษฐานขอให้เห็นภาพ สิ่งที่เราติดขัดขัดข้อง สิ่งที่เราปล่อยวางไม่ได้ สิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่น ขอจงปรากฏรู้ขึ้นมาในจิต เมื่อปรากฏรู้ขึ้นมาในจิตแล้วก็กำหนดน้อมจิตอธิษฐาน ตัดปล่อยวางสิ่งที่ติดสิ่งที่ขัดข้องนั้น กำหนดดับให้เป็นอรูป บุคคลก็ดี ร่างกายขันธ์ห้าก็ดี ภาพเหตุการณ์สภาวะภาระของใจทั้งหลาย กิจการงานทั้งหลาย วัตถุธาตุทรัพย์สินทรัพย์สมบัติทั้งหลาย กำหนดสลายดับล้างกลายเป็นความว่างเวิ้งว้างว่างเปล่าบนพระนิพพาน ใช้กำลังแห่งอรูปสมาบัติตัดสังโยชน์ตัดสรรพกิเลส ทุกสิ่งในที่สุดไร้แก่นสาร ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เป็นสมมุติ ละสมมุติเพื่อเข้าสู่วิมุตติสุข เห็นทุกสิ่งทุกอย่างสลายเป็นความว่างไปจนหมด
เมื่อกำหนดให้สิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่น บุคคลที่เรายึดมั่นถือมั่นกลายเป็นความว่างสลายตัวไป กำหนดพิจารณาว่าจิตเราเบาจิตเราว่าง ยิ่งสลายเป็นความว่าง จิตเรายิ่งวาง จิตเรายิ่งสบาย จิตของเรายิ่งไม่ยึดติด วางแล้วยิ่งสงบ วางแล้วยิ่งเบา วางแล้วยิ่งร่มเย็น ความเร่าร้อนจากภาระจากความเสียดายจากความอาลัยจากความห่วงหาอาวรณ์ พิจารณาให้สลายว่างออกไปให้หมด
กำหนดพิจารณาจนว่าง สลาย กำหนดพิจารณาว่าทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เป็นสมมุติเพียงชั่วคราว เมื่อเราตายไปแล้ว ละจากขันธ์ห้านี้ชาติภพนี้ เรามีคติที่ไปที่ชัดเจนหนักแน่นมั่นคงคือพระนิพพาน สมมติทั้งหลายก็เป็นอันจบสิ้น ภาระทั้งหลายก็เป็นอันจบสิ้น บทละครที่เรามาเล่นบนโลกมนุษย์ในชาตินี้ก็หมดสิ้น หัวโขนตำแหน่งหน้าที่การงานทั้งหลายพอพ้นไปแล้วตายไปแล้วก็หมดสิ้น กำหนดพิจารณาให้ใจเราปล่อยวางว่างเบาอย่างถึงที่สุด และก็กำหนดพิจารณาว่าในขณะที่เรามีชีวิตอยู่ในชาตินี้ เราก็ทำหน้าที่ตามสมมุติของเราให้ดีที่สุด เพื่อชาติ เพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อพระมหากษัตริย์ พอตายไปแล้วถึงแม้ว่ามีหน้าที่อยู่เราก็ยินดีที่จะปล่อยวาง แต่ในขณะที่มีชีวิตอยู่เราก็ทำหน้าที่ตอบแทนรับใช้ สำนึกในพระคุณของแผ่นดิน ของพระพุทธศาสนา ของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดีที่สุด
จากนั้นเรากำหนดจิตต่อไป อธิษฐานกำหนดว่าเรานั่งอยู่เบื้องหน้าทุกท่านทุกๆพระองค์ มีสมเด็จองค์ปฐมทรงเป็นประธาน วันนี้เนื่องจากมีวาระพิเศษ มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ที่หลวงปู่ศิลาท่านฝากมายังคุณหมอกานต์ว่า ขณะนี้สถานการณ์ในภาคความเป็นทิพย์ก็ดี ในการสู้รบในศึกสงครามระหว่างเขมรนี้ กำลังมีเหตุการณ์ที่ค่อนข้างคับขันอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองวันนี้ การรบก็ดี การปะทะก็ดี หรือแม้แต่การใช้วิชชาอวิชชาคุณไสยสิ่งต่างๆก็ดี เขาทุ่มเทสรรพกำลัง หรือแม้แต่พระหลายๆรูปท่านก็เตือน ทางคุณหมอกานต์ก็ฝากให้หมู่คณะพวกเราช่วยกันอธิษฐานจิตช่วยบ้านเมือง ตอนนี้เราก็ทำหน้าที่ตามสมมุติ เรากำหนดทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยจิตอันเป็นอุเบกขา ทำความเข้าใจก่อน ให้จิตเราไม่มีความเกลียดชัง ไม่มีความอาฆาตความพยาบาท จิตเราป้องกันคุ้มครองทหาร เหตุผลเพราะทหารคุ้มครองชาติคุ้มครองแผ่นดิน ทำไมต้องคุ้มครองชาติคุ้มครองแผ่นดิน เพราะแผ่นดินนี้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงฝากสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ว่า ดินแดนนี้จะเป็นที่จารึกพระบวรพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ยังศาสนาของพระตถาคตให้ดำรงอยู่ได้ตราบห้าพันปี เหตุนี้จึงเป็นเหตุที่มีความอัศจรรย์ที่ทำให้ไทยนั้นไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร แม้แต่ยุคล่าอาณานิคม อันนี้ก็คือเหตุที่เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านรักษา แต่คนในชาติเองก็ต้องมีจิตสำนึก ต้องรู้จักรักษาคุ้มครอง ดังนั้นวันนี้ก็ให้เราวางใจเป็นอุเบกขา ทำหน้าที่ในภาคทิพย์ด้วยความเป็นทิพย์เต็มกำลังเต็มอัตรา เพื่อช่วยคุ้มครองชาติบ้านเมืองศาสนาพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตของทหารหาญของชาติของแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ทหารเปลี่ยนผลัดใหม่ ผ้ายันต์ที่เคยแจกก็ติดไปกับทหารที่กลับไป พ้นจากประจำการบ้าง ผลัดใหม่ที่เข้ามาบางคนก็ยังไม่ได้รับ ดังนั้นตอนนี้ก็ให้เรากำหนดในความเป็นทิพย์ ช่วยกันอธิษฐานจิต น้อมกระแสจากพระนิพพาน โดยอาราธนากระแสพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสของบูรพาจารย์ตั้งแต่ครั้งเก่าก่อนๆที่เรารู้จักก็ดี หรือลืมนามท่านแล้วก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านมหาเถรคันฉ่อง อาจารย์ของพระนเรศวร หลวงปู่ทวด หลวงปู่ปาน หลวงปู่จง หลวงพ่อจาด ทุกท่านทุกๆพระองค์ที่ท่านเข้าถึงซึ่งพระนิพพานแล้วก็ดี ที่ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ขออาราธนากระแสทุกท่านทุกๆพระองค์จงปรากฏขึ้น เมตตาลอยเสด็จอยู่เหนือผืนแผ่นดินไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายแดนบริเวณที่เป็นจุดปะทะจุดที่ทำการรบตลอดแนว นับตั้งแต่อุบลราชธานีลงมาศรีสะเกษ สุรินทร์ลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงตราด วันนี้มีการรบเข้มข้นที่ชายแดนตราด ซึ่งตัวหลวงปู่ศิลาท่านเป็นห่วงทั้งทหารบกและทหารเรือ ก็ให้เราน้อมอาราธนากระแสครูบาอาจารย์ กระแสบารมีลงมาคลุม ตั้งจิตอธิษฐานด้วยความเป็นทิพย์ โดยน้อมอาราธนาบารมีพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ เป็นที่สุด จงปรากฏเป็นองค์พระคลุมทหารทุกคน มีองค์พระมีปรากฏเป็นมงกุฎ คาถามงกุฎจงปรากฏขึ้น มงกุฎของพระพุทธเจ้าจงครอบอยู่เหนือเศียรเกล้าอยู่เหนือหมวกของทหารทุกคนทุกนาย อธิษฐานจิตอาราธนาด้วยคาถา “อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ” อาราธนายันต์เกราะเพชรธงพิชัยสงครามความเป็นทิพย์ประทับลงที่หน้าอก ที่แผ่นหลังของทหารทุกคนจงปรากฏทั้งธงมหาพิชัยสงครามยันต์เกราะเพชรคลุมกายทั่วร่าง ไม่มีส่วนใดที่ไม่มียันต์เกราะเพชรคลุมอยู่ อธิษฐานจิต พุทธังอาราธนานัง ธัมมังอาราธนานัง สังฆังอาราธนานัง พุทโธ อัปปมาโณ ธัมโม อัปปมาโณ สังโฆ อัปปมาโณ พุทธังประสิทธิ ธัมมังประสิทธิ สังฆังประสิทธิ ประสิทธิด้วยกำลังพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ อธิษฐานจิตขอจงปรากฏยันต์เกราะเพชรธงพิชัยสงครามในภาคทิพย์เต็มกำลังคลุมบริเวณบังเกอร์ทุกแห่ง ฐานทัพทุกแห่ง ฐานบัญชาทุกแห่งทุกจุดสำคัญ จุดยุทธศาสตร์ทั่วเขตชายแดนรวมทั้งฐานทัพทั้งหลายทั่วประเทศ เพราะวันนี้ล่าสุดก็มีข่าวว่าเริ่มมีการดำเนินการ มีการยิงจรวดM79เข้ามาในฐานทัพนาวิกโยธิน ดังนั้นช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่อาจจะมีอันตรายในเรื่องของการก่อวินาศกรรมในฐานทัพต่างๆ กองทัพอากาศ กองทัพบก กองทัพเรือ ก็ขอตั้งจิตอธิษฐาน จงปรากฏธงพิชัยสงครามภาคทิพย์ที่เปี่ยมไปด้วยกำลังพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ เต็มกำลัง ประทับคลุมอยู่ ยันต์เกราะเพชรคลุมอยู่ในรันเวย์เครื่องบินF16กิฟฟินทุกฐานบิน ยันต์พิชัยสงครามยันต์เกราะเพชรคลุมอยู่บนรถถังเรือรบทุกลำ ขอยุทโธปกรณ์จงมีกำลังเทวดาพรหมคุ้มครองรักษา อธิษฐานจิตน้อมกระแสบุญกุศลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการถวายมหาสังฆทานก็ดี ถวายพระพุทธรูปก็ดี บุญสร้างพระเจ้าองค์แสนดวงจิตพระนิพพาน ขอจงส่งถึงเทวดาพรหมทั้งหลาย พระสยามเทวาธิราช รุกขเทวดาภูมิเทวดาที่ท่านอยู่ประจำเขตชายแดน ขอจงมีบุญญฤทธิ์อิทธิฤทธิ์เทพพฤทธ์เต็มกำลังด้วยเทอญ กำหนดน้อมเป็นแสงสว่างจากพระนิพพานลงไป อธิษฐานเหมือนกับปรับภพภูมิแต่เราน้อมเป็นกระแสบุญ เพิ่มกำลังบุญฤทธิ์เทพฤทธิ์อิทธิฤทธิ์ให้กับเทวดา พรหม พระภูมิเจ้าที่ เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ให้มีกำลังอิทธิฤทธิ์ในการคุ้มครองอาณาเขตประเทศไทย คุ้มครองทหารหาญของประเทศทุกคนให้ปลอดภัย ช่วงนี้ทหารก็เสียชีวิตรวมทั้งหมดตั้งแต่รบกันมาก็สิบห้าคน เราก็ตั้งจิตน้อมกระแสบุญ หลายคนก็ปรับภพภูมิไปแล้ว ตอนนี้เราก็น้อมคนที่เพิ่งเสียชีวิตใหม่ ขอกระแสบุญกุศลปรับภพภูมิให้เขาไปจุติยังภพภูมิที่ดีกว่า เป็นแสงสว่างลงมายังดวงจิตของทหารหาญทุกคนที่เสียชีวิต ขอจงปรับภพภูมิขึ้นสู่ภพภูมิที่ดีกว่าตามกำลังบุญ ถ้าเราเห็นหลายท่านก็ขึ้นไปเป็นเทวดาชั้นจตุมหาราชิกา หลายท่านก็ยังเป็นพระภูมิเจ้าที่ ยังมีความอาลัย มีความจงรักในหน้าที่ที่จะปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยอยู่ก็ตามที่ท่านมีอัธยาศัย แต่เราน้อมเป็นกำลังบุญให้ ขอกำลังบุญจงปรากฏ ขออาวุธแห่งความเป็นทิพย์ของเทวดาทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงมีเทพอาวุธมีกำลังมีฤทธิ์ปกปักรักษาต้านทานกำลังแห่งอวิชชาคุณไสยเสนียดจัญไรที่อีกฝ่ายเขาส่งมากระทำต่อทหารกล้าของไทย ขอตรีจักรจักรแก้วอันเป็นทิพย์ ตรีแก้วอันเป็นทิพย์ พระขันธ์แก้วอันเป็นทิพย์ หอกแก้วอันเป็นทิพย์ ธนูอันเป็นทิพย์ จงปรากฏขึ้น บุญจงเป็นเกราะแก้วคุ้มครองปกปักรักษาทุกท่าน ทุกท่านทุกๆคนทุกๆพระองค์
กำหนดอธิษฐาน ขอความเป็นทิพย์จงประจักษ์แจ้งในญาณเครื่องรู้ เทวดาพรหมทั้งหลายที่ท่านปกปักรักษา คุ้มครองชายแดนด้วยความสำนึกรู้ในหน้าที่ที่จะทำนุบำรุงดินแดนนี้ไว้เพื่อพระพุทธศาสนา ขอเทพอาวุธทั้งหลายจงปรากฏขึ้นต่อท่าน ขอกำลังฤทธิ์ทั้งหลายที่ท่านปัดป้องบรรเทาพยันอันตรายทั้งปวง ขอตรีแก้ว ขอจักรแก้ว ขอพระขันธ์แก้ว ขอสรรพาวุธอันเป็นทิพย์ทั้งหลาย เกราะแก้วทั้งหลายจงปรากฏ ขอท่านทั้งหลายจงมีกำลังคุ้มครองรักษาอาณาเขตดินแดนได้เต็มกำลังด้วยเทอญ
จากนั้นอธิษฐานจิต ขอให้เทวดาพรหม ท่านทั้งหลายผู้เป็นพระสยามเทวาธิราช ท่านทั้งหลายที่เป็นดวงพระวิญญาณของบูรพกษัตราธิราชเจ้า ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ วีรชนที่คุ้มครองชาติแผ่นดินมาในทุกยุคทุกสมัย ขอจงปรากฏ ขอจงคุ้มครองดินแดนเขตประเทศไทยในทุกเขต ให้ปลอดภัยจากการลอบวินาศกรรมทั้งหลาย ให้ปลอดภัยจากทหารต่างชาติทั้งหลาย ขอให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวง อธิษฐานเห็นประเทศไทยสว่าง กำลังบุญที่ทุกคนเจริญพระกรรมฐาน กำลังบุญที่ทุกคนหลายๆคนไปฝึกมโนมยิทธิที่เต็มกำลัง ขอกำลังบุญที่ทุกคนสวดมนต์ สวดบทพระจักรพรรดิก็ดี สวดคาถาเงินล้านก็ดี ถวายมหาสังฆทาน สร้างพระพุทธรูป ทานที่อุทิศเป็นสงฆ์เป็นสังฆทาน ทานที่ให้กับทหารหาญเพื่อส่วนรวม ขอบุญทั้งหลายจงรวมตัวกัน ทานศีลภาวนาของคนทั้งชาติทั้งแผ่นดินจงรวมตัวกันเป็นตาข่ายแก้วตาข่ายทิพย์ ป้องกันพยันอันตรายทั้งสิ่งที่เป็นวัตถุอันตรายคือโดนพลีชีพก็ดี อาวุธทั้งหลายก็ดี ขีปนาวุธทั้งหลายก็ดี อาวุธเคมีอาวุธชีวภาพทั้งหลาย ขอตาข่ายแก้วแห่งบุญกุศลจงป้องกัน และขอให้ตาข่ายแก้วตาข่ายแห่งบุญนี้ปกปักรักษาได้แม้พยันอันตรายที่เกิดขึ้นจากอวิชชาเกิดขึ้นจากคุณไสย ขอตาข่ายแก้วจงป้องกันทหารทุกคนประชาชนทุกคนรวมถึงเราทั้งหลายที่ช่วยกันปกปักรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยความเป็นทิพย์ ด้วยกำลังของบุญด้วยเทอญ
อธิษฐานจิต ขอกำลังกุศลจิตอันตั้งไว้เป็นอุเบกขา เราป้องกัน เราปัดป้อง เราคุ้มครองจิตที่บริสุทธิ์ จิตที่เราไม่ได้คิดร้าย เราขอให้ด้วยอำนาจแห่งจิตอันเป็นกุศลนี้จงส่งผลเป็นมหาสะท้อน หากใครคิดร้ายทำลายแผ่นดินที่จะจารึกพระพุทธศาสนา บุคคลใดที่คิดร้ายคิดจะทำร้ายทำลายประเทศชาติ บ่อนทำลายทรยศคิดคดต่อแผ่นดิน ก็ขอจงเป็นมหาสะท้อนย้อนกลับไป เป็นไปตามกฎแห่งกรรมด้วยเถิด
อธิษฐานจิต ขอกำลังบุญเหล่านี้ จริงๆแล้วทุกอย่างเราเข้าใจในสมมติ ทหารทั้งหลายของชาวเขมร เรากำหนดอธิฐานจิต ขอกำลังบุญกุศลขอจงสลายจิตอันคิดร้ายคิดลบ จิตอันเป็นมิจฉาทิฐิ จิตอันถูกฟอกย้อมด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จให้เกียรติชังให้ทำลายล้างเพื่อนบ้านคือประเทศไทย ขอเมื่อตายแล้วก็จงตื่นขึ้นจากความเขลาความไม่รู้ รู้ผิดชอบชั่วดีว่าแผ่นดินไทยนี้ช่วยเหลือเขมรมามากมายเพียงใด ขอจงรู้ตื่นขึ้นในยามที่ล้างเผ่าพันธุเขมรแดงเป็นล้านๆคน เขมรแตกหนีเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของในหลวงรัชกาลที่เก้า เราก็ให้พักให้อยู่ แล้วสุดท้ายก็ยึดดินแดนของเราไป เรากำหนดให้ดวงวิญญาณทั้งหลายที่เสียชีวิต จะเป็นทหาร จะเป็นชาวบ้านเขมร ขอจงรู้ตื่น ปล่อยวาง สลายล้างความอาฆาตแค้นพยาบาทจองเวรทั้งปวง แล้วก็จงโมทนาบุญไปที่ชอบที่ชอบ จงสลายจิตคิดร้าย จงสลายกระแสจิตที่อาฆาตพยาบาทจองเวร ขอจงดับจากความเร่าร้อนทั้งปวง ขอจงโมทนาบุญและไปที่ชอบที่ชอบ ไปในที่ในภพที่เป็นสุข ไปในที่ในภพที่ไม่มีความเร่าร้อน ไปในที่ในภพที่ไม่มีการเบียดเบียนกัน ขอจงสลายไปผุดไปเกิดด้วยดีด้วยบุญด้วยกุศล สัพเพสัตตา อัพยาปัชฌา อนีฆาโหนตุ สุขีอัตตานัง ปะริหะรันตุ
เราก็กำหนดรู้ในการรบ มันเป็นเรื่องของสงคราม ทุกคนทำหน้าที่ของตน แต่เมื่อตายแล้ว สมมุติก็จบ จิตทุกดวง จะเชื้อชาติใดชนชาติใด สุดท้ายก็เป็นจิตดวงหนึ่งที่เสวยบุญเสวยบาป เราก็โปรด เราก็สัพเพ เราก็ปรับภพภูมิให้ด้วยเมตตาจิตเสมอกัน ในระหว่างที่มีชีวิต เราก็ทำหน้าที่ตามสมมุติของการเป็นคนไทย ยามตายไปเราก็กำหนดปรับภพภูมิ แผ่เมตตาให้
จากนั้นกำหนด ขอให้กระแสบุญกระแสเมตตาแผ่สว่างคลุมประเทศไทยทั้งหมด แล้วก็เน้นเยอะๆบริเวณชายแดนที่ปะทะทำสงคราม และอีกจุดหนึ่งก็ที่ยังมีการปะทุอยู่ คือภาคใต้ชายแดนสามจังหวัดก็ยังมีอันตรายอยู่ ทหารมีการเสียชีวิตอยู่ตลอดแทบทุกวัน ยังมีการโจมตีการทำร้ายลอบโจมตีอยู่ทุกวัน
กำหนดอธิษฐานจิต แม้แต่ในบ้านเมืองตอนนี้ จะเป็นเชียงใหม่ จะเป็นกรุงเทพฯ ก็ยังมีพวกกบฏบ่อนทำลายชาติอยู่ทุกวัน มีความรุนแรงขึ้น ต่างชาติทหารต่างชาติที่ร่วมมือกับเขมรก็มี ที่เขมรใช้เงินจากการโกงจากคาสิโนจากสแกมเมอร์เป็นแสนๆล้านๆ มาจ้างทหารรับจ้างต่างชาติเข้ามาปฏิบัติการร่วมกับสงครามครั้งนี้ ซึ่งในสองวันที่หลวงปู่ศิลาท่านเตือนก็คือ เขาจะระดมพลคือ ใช้เงินจ้างการรับจ้างเข้ามารบกับทหารไทยเพิ่ม อันนี้ก็เป็นช่วงที่ค่อนข้างอุกฤษฏ์วิกฤตอยู่ อันนี้ก็เล่าให้ฟัง บังเอิญเห็น บังเอิญรู้ เราก็ดูเราก็ช่วยกันป้องกัน ขอสรรพวิชชาของครูบาอาจารย์ ผู้คงสิทธ์คงฤทธิ์คงอภิญญาสมาบัติ ขอความคงกระพันชาตรีจงปรากฏกับทหารหาญทุกคนที่มีจิตบริสุทธิ์ จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง ขอความคงกระพันชาตรียิงไม่เข้าแทงไม่ออกแคล้วคลาดปลอดภัยจากพยันอันตรายทั้งโดรนทั้งกับระเบิดทั้งกระสุนทั้งหลาย จงแหวกจงหลบจงแคล้วคลาด จงสลายตัวไป กระสุนจงด้าน กับระเบิดจงด้าน โดรนจงด้าน ขอจงมีการปัดเป่าจากเทวดาพรหมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากไม่เกิดกฎของกรรมก็ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย ไม่ตายโหง ไม่บาดเจ็บ จากหนักก็ขอให้จงเป็นเบา จากเบาก็ขอให้จงแคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยทั้งปวง
อธิษฐานจิตคลุมลงมาทั่วทุกคน ทหารที่ปฏิบัติการที่ชายแดน อธิษฐานขอน้ำขออาหารจงเป็นทิพย์ น้ำจงเป็นน้ำมนต์มีความศักดิ์สิทธิ์ อาหารจงมีความเป็นทิพย์ กินแล้วอยู่ยงคงกระพัน สิ่งที่บริจาคสิ่งที่ได้รับสิ่งที่ครูบาอาจารย์ที่ท่านเป็นพระที่ท่านหุงหาอาหารเลี้ยงทหารทั้งหลาย ขอจงปรากฏเป็นอาหารทิพย์ อาหารที่ทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรีด้วยเถิด
คลุมบุญลงไปให้สว่าง ตาข่ายประทับตาข่ายแก้วที่เราอธิษฐานจิตด้วยกำลังของบุญฤทธิ์ ขอจงประสานรวมกับตาข่ายที่เขารับบริจาคให้ทหารมาใช้คลุมบริเวณบังเกอร์บริเวณฐานเพื่อป้องกันโดนพลีชีพ ขอจงมีพลังของภาคทิพย์ สะสมเพาะบ่มกำกับไปด้วยเทอญ
จากนั้นอธิษฐาน ขอให้กายทิพย์ของเรานี้ กายพระวิสุทธิเทพเปล่งประกายสว่างที่สุด เปล่งประกายสว่างผ่องใสที่สุด อธิษฐานจิต ขอเทวดาพรหมท่านสงเคราะห์คุ้มครองกายคุ้มครองจิตของข้าพเจ้า กายเนื้อนี้ขอมีเทวดาพรหมคุ้มครองรักษาเต็มกำลังด้วยเถิด เราช่วยด้วยเมตตา ขอจงมีเกราะแก้วสว่างคุ้มครองกายของเรา ปลอดภัยจากภัยทั้งปวง ปลอดภัยจากอวิชชาคุณไสยทั้งปวง ปลอดภัยจากการก่อวินาศกรรมทั้งหลาย ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายด้วยเถิด ทรงสภาวะที่กายทิพย์เราสว่างที่สุด ขอเทวดาพรหมท่านคลุมคุ้มครองรวมทั้งยามหลับยามตื่น ยามมีสติก็ดี ยามเผลอสติก็ดี ขอให้ท่านป้องกันตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง ทั้งเช้าทั้งค่ำทั้งกลางคืนทั้งยามตื่นยามหลับ ขอคุ้มครองเต็มกำลัง แล้วหากมีพยันอันตรายใดที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อตัวข้าพเจ้าหรือต่อทหารหาญก็ขอให้เทวดาพรหมท่านมาเรียกท่านมาปลุกท่านมาสะกิดด้วยเถิด
จากนั้นกำหนดทรงสภาวะในความเป็นกายพระวิสุทธิเทพบนพระนิพพาน ขอบารมีพระท่าน พิจารณาจิตของเราเป็นวิปัสสนาญาณในเรื่องของศึกสงครามต่างๆ ถามจิตเราว่าเบื่อมั้ย มีสงครามแบบนี้เบื่อมั้ย มีความทุกข์มีความเครียดมีความกังวลมั้ย ความเร่าร้อนที่ปรากฏขึ้นในประเทศ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากการมีศึกสงครามเราเบื่อมั้ย พิจารณาด้วยอดีตังสญาณต่อไปว่าในอดีตชาติเราผ่านเราพบเราเจอเรารบอยู่ในศึกสงครามต่างๆมากี่ครั้งแล้ว ชาตินี้เราไม่ได้ไปรบเองแต่ในบางชาติเราต้องไปรบ เราต้องไปเสียเลือดเนื้อ เราต้องไปเสียชีวิต เราเคยไปรบมั้ย เราเบื่อมั้ย เบื่อการเกิดมาพบ ตายใจอยู่หลายปีว่าเราไม่เจอสงคราม ใม่ทันสงครามโลกครั้งที่สอง อยู่ในสมัยของในหลวงมีบารมีคุ้มครอง ไม่เจอสงครามเลย ตอนนี้ก็มาเจอจนได้ เพียงแต่ว่าไม่ต้องไปรบเอง ลองดูซิว่าโลกมันก็แปรปรวนแบบนี้ มีความวุ่นวายแบบนี้ มีศึกสงครามแบบนี้ เกิดต่อไปเกิดใหม่เราก็ต้องเจออีก พิจารณาแล้วก็น้อมให้เอาเหตุการณ์ต่างๆรวมแม้แต่กระทั่งถึงสิ่งที่เราช่วยเหลือ เอามาเป็นวิปัสสนาญาณ เพื่อให้จิตเราตั้งมั่นอยู่กับพระนิพพาน พอแล้วพอกันที พอกับการเกิด แล้วก็ดูว่าการรณรงค์สงครามสุดท้ายก็มันก็มีบางจิตที่ไม่อโหสิกรรม มีบางจิตที่อาฆาตแค้นพยาบาท แค้นกันไปแค้นกันมา จองเวรกันไปจองเวรกันมา สุดท้ายก็ต้องมาเกิดมาพบมาเจอตามมาภพมาเจอเพื่อห้ำหั่นเพื่อมาประหัตประหารกัน เราพิจารณาดูแล้วเป็นอย่างไร ผลัดกันฆ่า ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ชาตินี้เราชนะชาติหน้าไม่แน่เราก็แพ้ ฆ่ากันไปฆ่ากันมา รบกันไปรบกันมา แก้แค้นกันไปแก้แค้นกันมา เราเบื่อมั้ย ถ้าเบื่อเราก็กำหนด พอกันทีชาตินี้ เรายิ่งตั้งมั่นอยู่กับพระนิพพาน สิ่งต่างๆที่เรากระทำบำเพ็ญไปแล้วข้างต้น เราทำตามสมมุติทำตามหน้าที่ ทำเสร็จเราก็วาง ทำด้วยใจเป็นอุเบกขา ทำด้วยจิตอันบริสุทธิ์ เมตตาต่อวิญญาณของทหารไทย เมตตาต่อวิญญาณของทหารเขมรเสมอกัน เพราะก็ตายกันไปแล้ว ถ้าสลายความอาฆาตพยาบาทของดวงจิตทั้งหลายลงได้ กระแสคลื่นพลังงานที่เป็นอกุศลมันก็ลดลง ดวงวิญญาณทหารที่ตายไปก็ไม่ถูกหมอเขมรเอามาใช้เป็นคุณไสยใส่คนไทย ดังนั้นยิ่งเราปรับภพภูมิทหารเขมรให้ไปผุดไปเกิดไปดีได้มากเท่าไหร่ เขาก็ไม่ตกมาเป็นเครื่องมือมาทำอันตรายต่อคนไทย
กำหนดน้อมด้วยใจที่เมตตาใจที่บริสุทธิ์ กำหนดน้อมด้วยใจด้วยจิตด้วยอารมณ์ของอรหัตผล อารมณ์ของพระอรหันต์ที่ท่านมองโลก ท่านก็เห็นโลกเห็นความวุ่นวายในโลก ท่านสงเคราะห์เกื้อกูลคนไทยก็เพราะว่าเมืองไทยประเทศไทยคนไทย มีหน้าที่สำคัญคือจารึกรักษาผืนแผ่นดินนี้เพื่อพิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนา เรารู้หน้าที่ของเราอย่างชัดเจน เรารู้หน้าที่รู้ว่าทำไมเพราะอะไรเราต้องรักษา เมื่อทรงสภาวะอารมณ์จิตผ่องใสอยู่บนพระนิพพานดีแล้ว สมควรกับเวลา เราก็น้อมจิตกราบลาทุกท่านทุกๆพระองค์ กราบลาด้วยความเคารพนอบน้อม กราบลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน หลวงพ่อ บูรพาจารย์ทั้งหลาย กราบด้วยความเคารพนอบน้อม
จากนั้นก็อธิษฐานจิต กราบลาแผ่เมตตาลงมายังภพทั้งหลาย นับตั้งแต่ อรูปพรหม พรหมโลก อากาศเทวดา รุกขเทวดา ภูมิเทวดา มนุษย์และสัตว์ทั่วทุกร่างทั่วอนันตจักรวาลทุกดวงดาว ดวงจิตดวงวิญญาณโอปปาติกะสัมภเวสีทั้งหลาย เปรตอสุรกายทั้งหลาย สัตว์นรกทุกขุมทุกตน ขอกระแสบุญกุศลแห่งการเจริญพระกรรมฐาน ทานศีลภาวนา จงอุทิศส่งผลดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุข พ้นจากความทุกข์ พ้นภัยจากวัฏฏะสงสาร เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน รู้ตื่นรู้แจ้งเข้าสู่สัมมาทิฐิโดยเร็วโดยพลัน เข้าสู่มรรคผลพระนิพพานในที่สุด รอบตามวาระแห่งบุญบารมีของตนด้วยเถิด
จากนั้นเมื่อเรากราบลาและแผ่เมตตาแล้ว เราก็พุ่งจิตกลับมาที่กายเนื้อบนโลกมนุษย์ น้อมอาราธนากระแสจากพระนิพพานลงมาคลุม คลุมกายเนื้อ ฟอกธาตุขันธ์ ผมขนเล็บฟันหนังกลายเป็นแก้วใส โครงกระดูกกลายเป็นแก้วใส หลอดเลือดเส้นเอ็นกลายเป็นแก้วใส เซลล์ทุกเซลล์ทั่วร่าง อาการสามสิบสองกลายเป็นแก้วใส ธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ กลายเป็นแก้วกลายเป็นเพชรประกายพรึกทั่วกายทั้งหมด กำลังบุญบารมี กำลังพระกรรมฐานตั้งมั่นในขันธสันดาน กาย วาจา ใจ บุญกุศลรักษาประคับประคองกายวาจาใจให้อยู่ในกุศล อยู่ในความดี อยู่ในความดีงาม อยู่ในความบริสุทธิ์ อยู่ในความคล่องตัว อธิษฐานจิตขอยันเกราะเพชรธงพิชัยสงครามคลุมทั่วกายเนื้อทั่วร่าง ปลุกยันต์เกราะเพชรทั่วร่างจงปรากฏแสงสว่างเปล่งประกายออกมา ทั่วกายมียันต์มีความศักดิ์สิทธิ์มีกำลังบุญกำลังฤทธิ์ กำลังพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ พิทักษ์รักษาเต็มกำลัง
อธิษฐานจิตต่อไป ขอให้ธาตุธรรมฟอกธาตุขันธ์ โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายสลายตัวไปให้หมด ธาตุธรรมฟอกธาตุขันธ์ อวิชชาคุณไสยเสนียดจัญไรทั้งหลายจงสลายออกไปให้หมด ขอให้กายเนื้อกายทิพย์จิตของข้าพเจ้ามีแต่กำลังบุญความประภัสสร บุญคุ้มครองเต็มกำลังด้วยเถิด
จากนั้น หายใจเข้าช้าๆลึกๆ หายใจเข้าพุทออกโธ หายใจเข้าครั้งที่2ธัมโม หายใจเข้าครั้งที่3สังโฆ ปล่อยวาง ผ่อนคลาย ใจอิ่มในบุญกุศล ใจมีความผ่องใส
สำหรับวันนี้ก็ขอโมทนาบุญกับทุกคน ให้เราโมทนาบุญกับเพื่อนๆที่ร่วมกันเจริญพระกรรมฐาน รวมกำลังบุญมาช่วยชาติบ้านเมืองแผ่นดินในวาระพิเศษ ตามที่ครูบาอาจารย์ท่านได้เมตตาแจ้งมาให้ทราบ แล้วก็ข่าวที่จะแจ้งให้ทราบต่อไปก็คือ
ในช่วงประมาณสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ถัดๆไปก็น่าจะใกล้เวลาที่จะมีพิธีบรรจุพระบรมสาริกธาตุ สมเด็จองค์ปฐมลงบนยอดพระเกต น่าจะบรรจุที่โรงหล่อป้าจำเนียนใกล้วัดท่าซุง ก็รอทางโรงหล่อเขากำหนดวันที่เขาสะดวกมา ส่วนงานสมโภชพระเจ้าองค์แสนดวงจิตพระนิพพานก็จะจัดในวันที่16 17 มกราคมที่จะถึง ท่านที่จะเดินทางไปด้วยก็น่าจะประสานน่าจะจองตั๋วก็มีประสานกันเสร็จเรียบร้อย คุยกันในห้องLineกลุ่มพิเศษเรียบร้อย ใครจะไปร่วมบุญขับรถไปเองสมทบก็แล้วแต่ตามแต่จะ มีศรัทธาหรือสะดวก
สำหรับวันนี้ก็ขอโมทนาบุญกับทุกคน พบกันใหม่ในวันอาทิตย์หน้า
สำหรับวันนี้ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขมีความเจริญ ให้มีกำลังบุญคอยคุ้มครองชาติบ้านเมือง ใครมีกำลังทุนทรัพย์ที่จะช่วยเหลือทหารได้สนับสนุนได้ก็ตามกำลังที่เราไม่เดือดร้อน แล้วก็อีกเรื่องนึงที่ขอเตือนเป็นพิเศษก็คือ เตรียมของเราเองไว้ อย่าประมาท เตรียมอาหารไว้บ้าง เตรียมน้ำ เครื่องกรองน้ำ เงินสดเตรียมๆไว้บ้าง เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินฉุกละหุกที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ลองดูว่าเราสามารถอยู่บ้านได้สัก7วัน14วัน โดยที่ว่าไม่เดือดร้อนเรื่องน้ำเรื่องอาหาร เตรียมแบบตระหนักแต่ไม่ตระหนกตกใจนะ เตรียมๆไว้เผื่อไว้ก่อน
สำหรับวันนี้ก็โมทนาบุญกับทุกคน
สวัสดี
ถอดเสียงและเรียบเรียงโดย : คุณวิลาวัลย์ วลีเดช





